วันนี้เป็นอีกวันที่ธรรมดามากอีกหนึ่งวัน ธรรมดาแบบที่รถเมล์(ร่วม)ประท้วงไม่วิ่ง ธรรมดาแบบที่ผมต้องนั่งรถ taxi ไปสองป้ายรถเมล์เพื่อขึ้น BTS, Holy Shit ธรรมดาเป็นวันธรรมดาที่ดีจริงๆ...

พอขึ้นไปถึง BTS ก็ได้ไปยืนโชว์วงแขนใกล้น้องๆนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านสยาม ...กลุ่มของน้องๆเค้ามากันสามคนก็คุยกันออกรสชาติกันตามประสาวัยรุ่น เมื่อเป็นงั้นผมก็เพลินน่ะสิครับ...ยืนฟังน้องเค้าพูดกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องรับน้องบ้าง เรื่องห้องเชียร์บ้าง เรื่องเพื่อนบ้าง เรื่องกิจกรรมที่น้องเค้าทำกันบ้าง บางเรื่องก็ตลก (แต่ไม่กล้าหัวเราะกลัวเค้ารู้ว่าแอบฟัง ^ ^') น้องเค้าก็คุยกันเรื่อยเปื่อย (อย่างออกรสชาติที่กลมกล่อมทีเดียวสำหรับผม) ผมก็ตั้งใจฟังไปเรื่อยพร้อมกับฟังผู้ประกาศสัญญาณดิจิตอลประกาศคำว่า "Next Station...." สลับไปสลับมาเมื่อผ่านสถานีต่างๆ

เรื่องราวที่ดูจะธรรมดาๆสำหรับผมก็กลับกลายเป็นทำให้ผมตกหลุมรักใครก็ไม่รู้ไปได้เมื่อมาถึงสถานีที่ถึงก่อนชิดลมซักสองสถานี 

"เฮ้ย! วันนี้วันเกิดไอ้.....(โทษทีผมจำชื่อไม่ได้)" น้องที่ชื่อเน้ยพูด

"เออดี! งั้นวันนี้เราต้องแกล้งมันเยอะๆ" น้องคนที่นั่งริมซ้ายสุดตอบ

ส่วนน้องคนที่สามที่นั่งตรงกลางก็พยักหน้ารับอย่างมีนัยยะสำคัญ

ตอนที่ผมได้ยินน้องคนที่นั่งริมซ้ายสุดพูดนี่แทบทำให้ผมตกหลุมรักน้องเค้าทันทีหลังจากที่ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้อีกเลยมา 5 ปีแล้ว (ห้ามถามว่าทำไม 555)

ผมยอมรับว่านอกจากหน้าตาของน้องคนริมซ้ายสุดจะหน้ารักอย่างที่ผมอยากเห็นจากใครซักคนที่ผมจะแอบชอบแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้ผมตกหลุมรักน้องคนนั้นคือประโยคที่น้องเค้าพูดว่า "เออดี! งั้นวันนี้เราต้องแกล้งมันเยอะๆ"

มันเหมือนศรของcupidวิ่งด้วยความเร็วเสียงที่มีหน่วยเป็นประโยคตัดผ่านเส้น Artery แทบจะทันที....โดนครับโดน ผมอุทานในใจแทบจะทันทีที่ศรความเร็วเสียงหน่วยเป็นประโยควิ่งผ่าน

"เฮ้ย!ใช่เลย"

"ต้องเป็นคน type เดียวกลับเราแน่ๆ ต้องเป็นนิสัยในอุดมคติแน่ๆ อารมณ์ดี ชอบแกล้ง ชอบแหย่ คุยสนุก" ผมยังอุทานในใจแบบเข้าข้างตัวเองต่อไป ตอนนั้นผมทำอย่างอื่นไม่ได้แล้วนอกจากมองหน้าที่ฉาบด้วยรอยยิ้มของน้องเค้าต่อไปอย่างไม่ละอาย 555 (เคยกันมั๊ยครับที่หลงรักคนด้วยเหตุผลที่ไม่มีเหตุผล....ใช่ครับบบบใช่อย่างนั้นล่ะครับ)

"เอาไงดีวะ" ผมคิดต่อ

แต่ก็ได้แค่คิดเพราะว่านิสัยอย่างผมยังหนาไม่พอที่จะเข้าไปคุยกับใครก็ไม่รู้ได้อย่างไม่รู้สึกกระดากอาย

"ถ้ามีใครซักคนแนะนำให้รู้จักหน่อยนะ ผมจะลงมือจีบน้องเค้าแน่ๆหลังจากที่ไม่มีใครทำให้ผมรู้สึกจริงจังอย่างนี้ได้มา 5 ปีมาแล้ว" ผมยังนึกในใจต่อไป

แน่นอนผมคงไม่กล้าเข้าไปถามชื่อน้องเค้าหรือขอเบอร์โทรแน่ๆ แต่ผมขอแค่เวลาอีกซัก 2 สถานีได้มั๊ยที่จะจดจำความรู้สึกที่มันชุ่มช่ำให้นานกว่านี้ แต่แล้ววววเทพอพอลโลก็เทียมรถม้าที่มีล้อเป็นวงไฟเข้ามาฉกตัวน้องคนนั้นไป...พร้อมกลับประกาศลั่นBTSว่า "Next Station.....SIAM"

ครับคงไม่ต้องอธิบายอะไรต่อ

น้องเค้าก็ออกจาก BTS ไป เทพ Cupid ก็ได้แต่ส่ายหน้าส่งสายตาผิดหวังมาให้ผม

ผมรู้ว่าท่านคงผิดหวังที่ไม่สามารถเพิ่มยอดคนที่สมหวังในรักได้ในวันนี้ แต่ถ้าผมจะสามารถบอกอะไรท่านได้...ผมอยากบอกว่า

"พิษที่ศรท่านยังไม่แรงพอ ช่วยอาบความหน้าด้านก่อนยิงผมหน่อยเหอะ...ถ้ามีคราวถัดไปอะนะ" เป็นการส่งคำถามที่อ่อนแอแบบยกความผิดให้คนอื่นจากผมถึงเทพCupidอีกครั้ง

แล้วท่านก็ยิ้มพร้อมบินจากไปโดยไม่รู้กำหนดที่จะพบกันอีก

จากนั้นหัวใจผมกลับมาเต้นในจังหวะปกติอีกครั้ง พร้อมกับติดใจและอยากพยายามที่จะเข้าใจภาษาที่เทพอพอลโลได้เอ่ยออกมา

พอถึงมหาวิทยาลัยผมก็รีบดิ่งเข้าไปที่ห้องสมุดเพื่อค้นหาพจนานุกรมภาษาเทพของกรีกโบราณ...เจอครับเจอ....รู้มั๊ยครับว่า "Next Station.....SIAM" แปลว่าอะไร

ในพจนานุกรมเล่มนั้นเค้าแปลว่า

"Next Station.....SIAM" = ไม่กล้าก็ไม่มีสิทธิ์

สุดท้ายวันนี้ผมก็ได้แค่ตกหลุมรักใครก็ไม่รู้พร้อมกับรู้ภาษาเทพเพิ่มมาอีกหนึ่งคำ

"Next Station.....SIAM" = ไม่กล้าก็ไม่มีสิทธิ์

^ ^

May 29,08

edit @ 29 May 2008 22:44:19 by auka